อบรมเชิงปฏิบัติการ “Built​ A​ Bot, ​RPA​ Experience​ by​ Automation Anywhere”

 
สมัครออนไลน์ คลิก

วิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับ STelligence Co.,Ltd และ Automation Anywhere ผู้นำเทคโนโลยี RPA ในระดับโลก จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “Built​ A​ Bot, ​RPA​ Experience​ by​ Automation Anywhere” สำหรับผู้สนใจโซลูชันที่นำคอมพิวเตอร์มาทำงานอัตโนมัติในกระบวนการการทำงานรูปแบบต่างๆ และเปลี่ยน Business Process ที่เคยมีอยู่ให้เป็นอัตโนมัติด้วย RPA โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานด้านไอที!!


ฟรี!!! รับสมัครผู้สนใจจำนวน 30 คน โดยผู้ที่เข้ารับการอบรมจะได้รับ certificate และมีโอกาสเข้าทำงานที่บริษัท STelligence โดยการอบรมจัดขึ้นในวันที่ 21-22 กันยายน 2562 ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

 

 

สมัครออนไลน์ คลิก

 

Robotic Process Automation (RPA) คืออะไร? เหมาะกับธุรกิจแบบไหน? อุตสาหกรรมอะไรนำไปใช้บ้าง? จบทุกข้อสงสัยได้ในบทความเดียว สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จักกับเทคโนโลยี RPA มาก่อน บทความนี้จะไขทุกข้อสงสัยให้คุณ พร้อมจะนำไปประเมินได้ว่าธุรกิจของคุณเหมาะกับการเริ่มต้นใช้งาน RPA หรือไม่ และอย่างไร

 

การให้มนุษย์ทำงานซ้ำๆ: ล่าช้า, ผิดพลาด และพนักงานไม่มีความสุข
โดยปกติแล้วเมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตมากขึ้น การทำงานที่เป็นกระบวนการในธุรกิจรูปแบบต่างๆ นั้นก็ย่อมต้องถูกปรับให้เป็นมาตรฐานและมีระบบระเบียบมากขึ้น เริ่มมีการนำระบบ Software ต่างๆ มาใช้งานในแต่ละแผนกมากขึ้น ทำให้ต้องเริ่มมีกระบวนการในการจัดการด้านการป้อนข้อมูลในธุรกิจทั้งสำหรับแต่ละ Software หนึ่งๆ หรือรับส่งข้อมูลข้าม Software มากขึ้น จนเมื่อถึงจุดหนึ่งธุรกิจนั้นๆ ก็จะเต็มไปด้วยกระบวนการการทำงานซ้ำๆ มากมาย และงานเหล่านั้นก็ตกเป็นของพนักงานแต่ละแผนกภายในธุรกิจนั้นๆ นั่นเอง

กระบวนการด้านการจัดการข้อมูลเหล่านี้เองที่ได้เริ่มกลายเป็นภาระของหลายๆ องค์กรในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ เนื่องจากกระบวนการเหล่านี้ที่ต้องเกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นรายวัน, รายสัปดาห์ หรือรายเดือนนั้นถือเป็นงานใหญ่ที่ผิดพลาดไม่ได้ และปริมาณข้อมูลก็มากขึ้นเรื่อยๆ ตามการเติบโตของธุรกิจ แต่ด้วยธรรมชาติของมนุษย์ ความผิดพลาดในการป้อนข้อมูลนี้ก็เกิดขึ้นได้อยู่เสมอ และด้วยข้อมูลปริมาณมหาศาล กับข้อจำกัดทางด้านเวลาในการทำงาน ก็ทำให้ความเครียดในการทำงานเกิดขึ้น มีความผิดพลาดมากขึ้น และความสุขในการทำงานน้อยลง ส่งผลต่อให้พนักงานทำงานแย่ลงหรือลาออกไป และกลายเป็นปัญหากลับมาสู่ธุรกิจในที่สุด

ปัญหาเหล่านี้ถือว่าเป็นประเด็นใหญ่ที่หลากหลายธุรกิจต้องเผชิญมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนในที่สุดก็เริ่มมีการพัฒนาโซลูชันขึ้นมาแก้ไขปัญหานี้ นั่นก็คือการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยทำงานซ้ำๆ แทนพนักงานแต่ละคน เพื่อให้พนักงานแต่ละคนได้ไปทำงานอื่นที่มีความสุขและเครียดน้อยกว่าแทน นั่นก็คือ RPA นั่นเอง

มารู้จักกับการทำงานของ RPA กันก่อน
RPA ย่อจาก Robotic Process Automation ซึ่งก็เป็นชื่อที่สื่อตรงตามความหมายของโซลูชันนี้ที่นำคอมพิวเตอร์มาทำงานอัตโนมัติในกระบวนการการทำงานรูปแบบต่างๆ

หากจะนิยามโดยย่อแล้ว RPA ก็คือโปรแกรมที่ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถสร้างหุ่นยนต์หรือ Bot ขึ้นมาทำงานต่างๆ ตาม Pattern ที่กำหนดเอาไว้ได้ โดย Bot แต่ละตัวที่สร้างขึ้นมานั้นก็จะทำงานได้ตาม Pattern ที่ถูกกำหนดเอาไว้แตกต่างกันไป เพื่อนำไปใช้ในการทำงานซ้ำๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทำให้แทนที่พนักงานจะต้องทำงานนั้นๆ ด้วยตนเอง ก็เรียกใช้งาน Bot ให้ทำงานนั้นๆ แทนตนเองได้

Credit: Automation Anywhere

ตัวอย่างของ RPA นั้นมีหลากหลาย เช่น

การตรวจสอบข้อมูลในระบบ Website เพื่อนำข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือสนใจมาป้อนในระบบต่างๆ ของธุรกิจ เช่น การสำรวจข้อมูลทางการตลาด, การรวบรวมข้อมูลราคาสินค้าในตลาด เป็นต้น
การอ่านข้อมูล Email เพื่อนำข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแต่ละธุรกิจไปป้อนลงระบบต่างๆ เช่น Customer Service, CRM และอื่นๆ หรือนำข้อมูลจากในระบบดังกล่าวมาสร้างเป็น Email โต้ตอบลูกค้าโดยอัตโนมัติ
การนำข้อมูลจากเอกสารหลายแหล่งมาตัดเฉพาะส่วนที่สนใจ บันทึกลงฐานข้อมูลหรือสร้างเป็นรายงานต่างๆ ได้ตามต้องการ
การนำข้อมูลจากระบบต่างๆ ในธุรกิจ เช่น ERP, MRP, CRM, Warehouse Management, Logistics, POS มาป้อนใส่ระบบอื่นๆ เพื่อทำการรับส่งข้อมูลระหว่างระบบได้โดยอัตโนมัติอย่างง่ายดาย ซึ่งระบบเหล่านั้นอาจไม่มี API ให้ใช้งาน และต้องมีการ Login เพื่อเข้าถึงระบบต่างๆ กัน
และอื่นๆ อีกมากมาย
RPA นั้นสามารถช่วยให้กระบวนการเหล่านี้มีความเร็วสูงขึ้นได้หลายเท่า และยังสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีความผิดพลาดน้อยจนถึงขั้นอาจไม่มีความผิดพลาดเลย ในขณะที่หากธุรกิจมีการเติบโตมากขึ้นจนมีข้อมูลปริมาณมากขึ้น ธุรกิจก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพหรือจำนวนของระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้รองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย และหากมีกระบวนการหรืองานใหม่ๆ ที่สามารถแปลงให้ทำโดยอัตโนมัติด้วย RPA ได้ ธุรกิจนั้นๆ ก็สามารถเพิ่มระบบคอมพิวเตอร์มารองรับงานเหล่านั้นได้เพิ่มขึ้นทันทีหากต้องการ

การนำ RPA มาใช้งานนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเปลี่ยนให้งานจำนวนมากเป็นไปได้แบบอัตโนมัติและรวดเร็วกว่าเดิมแล้ว ในประเด็นด้าน Security เองก็ถือว่าสำคัญเช่นกัน เพราะ RPA นั้นจะช่วยลดโอกาสที่ข้อมูลของธุรกิจจะรั่วไหลออกไปภายนอกลง เพราะพนักงานนั้นจะมีโอกาสได้เข้าถึงข้อมูลน้อยลงไปด้วย

เปลี่ยน Business Process ที่เคยมีอยู่ให้เป็นอัตโนมัติด้วย RPA
ในอดีตที่ผ่านมานั้น RPA มักถูกนำมาใช้เพื่อแปลงกระบวนการการทำงานซ้ำๆ ที่มีอยู่เดิมให้เป็นอัตโนมัติเพื่อลดภาระการทำงานของพนักงานเป็นหลัก โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องมีกระบวนการด้านงานเอกสารมากมาย อย่างเช่น ธุรกิจด้านธนาคารและการเงิน, ธุรกิจประกันภัย, งานภาครัฐ และอื่นๆ ซึ่ง RPA จะรับบทบาทหลักๆ ด้านการรับส่งข้อมูลระหว่าง Application ของธุรกิจเหล่านั้น ซึ่งในอดีตระบบงานแต่ละส่วนนั้นมักเป็นระบบแยกขาดจากกัน เพราะธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมนั้นมักมีการใช้งาน Software ที่มีจุดเด่นเฉพาะทางในแต่ละส่วนที่แตกต่างกันไปร่วมกัน

นอกจากนี้ การจัดการเอกสารรายงานต่างๆ ตามข้อกำหนดทางกฎหมายหรือ Compliance ต่างๆ นั้นก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ การนำ RPA มาใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเหล่านี้สร้างเป็นเอกสารให้พร้อมสำหรับการทำ Audit ได้อย่างต่อเนื่องนั้นก็เป็นอีกกระบวนการที่ช่วยลดต้นทุนในกระบวนการการทำงานได้เป็นอย่างดี และยังช่วยให้การ Audit เป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย

ในธุรกิจขนาดใหญ่บางแห่งที่มีเอกสารจำนวนมากอย่างเช่นธนาคารนั้น อาจมีการตั้งทีมงานสำหรับดูแลรับผิดชอบการสร้าง Bot ภายในระบบ RPA โดยเฉพาะ เพื่อให้พนักงานภายในองค์กรเองนั้นสามารถพูดคุยประชุมเพื่อจัดสร้าง Bot สำหรับทดแทนการทำงานในแแผนกต่างๆ ได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องประเด็นด้านการเข้าถึงข้อมูลจากบุคคลภายนอกองค์กร และช่วยให้การทำงานทั้งหมดรวดเร็วและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น สร้าง Bot ได้อย่างต่อเนื่อง และมีองค์ความรู้ด้านการทำ RPA ภายในองค์กรเพิ่มเติมได้

Bot ที่ถูกสร้างโดย RPA นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ Attended RPA ที่จะทำงานก็ต่อเมื่อผู้ใช้งานสั่งการเท่านั้น เพื่อช่วยทำงานต่างๆ ตามที่ผู้ใช้งานต้องการในเวลาที่ต้องการ ในขณะที่ Bot อีกแบบหนึ่งนั้นก็คือ Unattended RPA ที่ทำงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงในแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำงานต่างๆ ที่อาจจะมีขนาดใหญ่หรือต้องการประมวลผลทันทีที่มีการอัปเดตใดๆ เกิดขึ้นในระบบ

Credit: Automation Anywhere

RPA ในปี 2019: ผสานเทคโนโลยี AI ให้ RPA ทำงานได้หลากหลายมากขึ้น
อย่างไรก็ดี เทคโนโลยี RPA แบบเดิมๆ นั้นก็มีข้อจำกัดด้านการทำงานอยู่ ว่า Bot ที่มีอยู่นั้นมักทำงานได้ตาม Pattern ตายตัวซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ในขณะที่ธุรกิจในปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เกิดกระบวนการการทำงานรูปแบบใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาเพื่อลองผิดลองถูกหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีขึ้น มีเอกสารรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ทำให้การทำงานนั้นมี Pattern ที่หลากหลายยิ่งขึ้น และยากต่อการสร้าง Bot ให้รองรับต่อการทำงานของแต่ละแผนกมากขึ้นเหล่าผู้พัฒนา RPA จึงได้เริ่มมองหาหนทางการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการนำ Artificial Intelligence หรือ AI เข้ามาผสานกับการทำ RPA อย่างเช่นการนำเทคโนโลยี Text Analytics หรือ Image Recognition เข้ามาใช้ช่วยในการอ่านเอกสารทางการเงินต่างๆ และดึงข้อมูลส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจออกมาป้อนเข้าไปยังระบบต่างๆ โดยอัตโนมัติ ทำให้ RPA สามารถอ่านข้อมูลจากเอกสารที่ไม่ได้มีรูปแบบตายตัวได้ เป็นต้นแนวโน้มนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และ AI ก็ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามแต่ความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรมและการพัฒนา AI ในอุตสาหกรรมนั้นๆ ตามที่มีข้อมูลให้พร้อมพัฒนา AI ไปได้ ดังนั้นหลังจากนี้การนำ AI มาใช้งานร่วมกับ RPA ก็จะถือเป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการเลือกใช้เทคโนโลยี RPA ในทุกวันนี้ในมุมของพนักงาน การปรับตัวเพื่อเปิดรับ RPA และ AI ในฐานะของเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยให้การทำงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ถือเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้น ดังนั้นการเรียนรู้ศาสตร์ทั้งสองและทดลองใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้เกิดความเชี่ยวชาญ ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งทักษะที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้ได้เป็นอย่างดี

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

https://stelligence.com/robotic-process-automation-rpa-101/